ไดอารี่ หน้าพิเศษ
แซงหน้าทุกทริป และ ทุกเรื่องราวที่ค้างคาไว้
Happy 3rd Aniversary
16 June 2005-16 June 2008
สามปี...ที่ติดเกาะ
สามปีที่โดนสายลมพัดจากไทยมาตืดเกาะที่นี่
^^
....................................................................................................
....................................................................................................

สามปีแล้ว...
สามปี หากนับเป็นวันอาจจะดูว่ามันผ่านมาเนิ่นนานซะเหลือเกิน
สามปีมันกี่วัน กี่เดือนกันนะ....อืม...1095 วัน หรือ 156 สัปดาห์ หรือ 36 เดือน
เห็นตัวเลขแล้วดูเหมือนว่า โห....ฉันได้เดินข้ามผ่านเวลามากมายเหล่านั้นบนเกาะแคบๆเล็กๆแห่งนี้หรือ
ประเทศเล็กๆที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะมากมายแห่งนี้
ที่นี่ฉันได้ใช้เวลายาวนานมากมายแบบนั้นที่นี่หรือ....
แต่เชื่อไหม???
ในความรู้สึกของฉัน...เหตุการณ์วันนั้นมันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
 ถ่ายก่อนมามัลดีฟส์สองวัน
ทุกๆความทรงจำที่เกิดขึ้นที่นี่
สุข ทุข สนุก หัวเราะ ร้องไห้
ทุกอย่าง...มันเกิดขึ้นมาหมดแล้ว
มิตรภาพใหม่ๆ
เพื่อนใหม่ๆ
คนรักใหม่ๆ ^^
และประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆที่ทำให้ชีวิตของฉันมีสีสันขึ้นอย่างน่าประหลาด
 ถ่ายก่อนมามัลดีฟส์ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก่อนถอดเหล็กจัดฟัน ส่งผลให้ฟันห่างแล้วตอนนี้
แต่ละวันที่ผ่านมา...สอนให้ฉันรู้จักที่จะเข้มแข็ง
สอนให้ฉันรู้จักที่จะอดทน
สอนให้ฉันรู้จักยอม ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเราจะไม่ผิดก็ตาม
สอนให้รู้จักที่จะไม่พูด ทั้งๆที่มันไม่ใช่นิสัยของฉันเลยสักนิด
น่าตลกดี ที่คนที่ยอมหักไม่ยอมงอ แบบฉัน ต้องมาอยู่ในวัฒนธรรมแบบนี้
จากแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เบื่อเมืองกรุง...เบื่องานออฟฟิส...เบื่อการตื่นเช้า...เบื่อรถติด...เบื่อควันพิษ
แล้วบังเอิญโชคดี เจองานในฝัน ในอินเตอร์เนตเข้า
เหมือนความฝัน
ก็แค่ประกาศหางานทางอินเตอร์เนต...ที่บอกว่า
เค้าต้องการนักออกแบบมาดูแลร้านเซอรวิเนียร์และบูติคชอปให้
เด็กผู้หญิงคนนั้น...กดส่งรีซูเม่อย่างไม่ลังเล
 ถ่่ายตอนไปงานแจ๊ซ ปาร์ตี้สุดท้ายกับเพื่อนๆที่หัวหิน
 เพี้ยนจริงๆ...
แล้วเช้ามืดวันที่ 16 มิถุนายน 2005 เธอก็เดินทางมาถึงแผ่นดินมัลดีฟส์จากการตัดสินใจครั้งนั้น
แม้การเดินทางมาอยู่ที่นี่ เธอจะต้องแลกด้วยอะไรๆอีกหลายๆอย่าง
แลกด้วยการไม่ฟังเสียงการคัดค้านจากทุกๆคนในครอบครัว ด้วยกลัวภัยธรรมชาติ..Tsunami จะหวนมาอีกครั้ง
แลกด้วยการลาออกจากบริษัทที่มั่นคง ชีวิตที่มั่นคง
มาอยู่ในองกรณ์ที่เล็กกว่า หาความมั่นคงในชีวิตไม่ได้ แต่มีอิสระในความคิดมากมายหลากหลายนัก
ไม่ต้องอึดอัดกับรถติด ควันพิษ ตื่นเช้า
แต่ต้องมาอึดอัดกับการติดเกาะแทน - -
อยู่ที่นี่ใช้เวลาเดินจากห้องพักไปที่ทำงานไม่เกินห้านาที
จนบางที เธอก็อยากเดินไปเดินกลับซะหลายๆรอบ เพื่อยืดเวลาการเดินออกไปทำงานให้มันยาวนานขึ้นอีกนิด ^^
 มาถึงมัลดีฟส์ได้ห้าวัน...กำลังจะขึ้นซีเพลนเป็นครั้งแรก
จากเด็กผู้หญิงที่รักการชอปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ
สยามคือบ้านเกิดหลังที่สอง
เจาะจมูก เจาะสะดือ เจาะหูนับสิบรู
ตัดผมบ้าๆบอๆ แต่งตัวบ้าๆบอๆ ตามแต่ใจจะปารถณา
แต่เมื่อตัดสินใจมาอยู่ที่นี่เธอก็ต้องตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองเพื่อเป็นการเคารพต่อสถานที่ และหน้าที่การงานใหม่ๆที่จะต้องรับผิดชอบ

อาหารมื้อแรกในมัลดีฟส์

เง้อๆๆๆๆ
จากเด็กผุ้หญิงผมสั้น...ที่ไม่เคยจะคิดไว้ผมยาวสักครั้งในชีวิต
ก็มามีผมยาว...สีดำสวย เหตุเพราะร้านตัดผมที่นี่น่ากลัวเกินไปที่จะเสี่ยงเอาหัวไปใกล้ๆร้านแบบนั้น
แต่เธอก็คิดว่า...การมีผมยาวมันก็ทำให้เราดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างชาวบ้านเค้าเหมือนกันนะ
มันก็ไม่ได้เลวร้าย และเปลืองแชมพูเหมือนที่คิดตั้งแต่แรกซะทีเดียวเชียว :P



กับคาโยโก๊ะ เพื่อนคนแรกในชีวิตการทำงานที่นี่
Culture Shock ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่ง ที่เธอต้องเจอะเจอ และปรับตัวค่อนข้างมากมายกับประสบการณ์นี้
ด้วยเพื่อนร่วมงานมากมายหลายชาติที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย
หลายครั้งที่เธอถอดใจ... และคิดจะแพคกระเป๋ากลับบ้านเพราะท้อที่ต้องเจอประสบการณ์แย่ๆจาก Culture shock นั่น

เพื่อนร่วมงาน ชาวอินเดียน(อินเดีย) เนปาลลีส(เนปาล) มัลดิเวี่ยน(มัลดีฟส์) ศรีลังกา ญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลี่ยน และอีกสารพัดชาติ ศาสนา ประหนึ่งงานใหม่นี้เป็นสหประชาชาติก็ไม่ปาน
จากอาการ Shock ปรับเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ที่มีค่าครั้งยิ่งใหญ่
การรู้จักเรียนรู้คน ให้อภัยคน ลองเรียนรู้ในสิ่งแปลกๆใหม่ๆ อาหารรสชาดแปลกๆ วัฒนธรรมแปลกๆ ภาษาแปลกๆใหม่ๆ

Sunrise at Maldives Rangali Island

แชะๆ
หนังฮินดิ เพลงภาษาประหลาดๆ การเต้นท่าทางเหมือนเทพธิดาอินเดียก็ไม่ปาน
ผ่านสายตาของเธอไปอย่างครั้งแล้วครั้งเล่า
กลิ่นเหม็นของเครื่องเทศ อาหาร และผู้คน......ครั้งแรกที่สัมผัสเล่นเอาปิดจมูกแทบทันเลยทีเดียว
แต่ไปๆมาๆ กลับกลายเป็นความคุ้นเคย
เหมือนรักซึมลึก...^^
หรือกลิ่นเรา กับ กลิ่นเค้า
จะกลายเป็นกลิ่นเดียวกันแล้วนะ

ปีที่แล้ว เวลานี้ เราฉลองครบสองปี ที่ Hideaway Resort North Maldives

กับน้องเบน....ตอนนี้น้องรอดพ้นการเป็นชาวเกาะแล้ว ส่วนพี่มันยังติดเกาะอยู่

แก็ง ไทยดีไซเนอร์ มาเฟีย....ฆ่าได้หยามไม่ได้ (นะเฟ้ย)
หลายคนบอกว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว...ให้รู้จักที่จะหลิ่วตาตาม
สุภาษิตนั่น ยังใช้ได้ผลเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมาเนิ่นนานกี่วันกี่ปีก็ตาม
มันก็ไเหมือนการนั่งเรือท่ามกลางมรสุม
หากคุณนั่งเกร็ง ขวางทางคลื่น คุณก็จะรู้สึกเมาเรือเอาได้ง่ายๆ
แต่ถ้าหากว่าคุณ ....ทำตัวให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเรือแล้ว
เรือจะเอียงซ้าย คุณก็เอียงซ้าย เรือเอียงขวา คุณก็รู้จักที่จะเอียงขวา
รู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบา รู้จักคาน รู้จักฝืน....คุณก็จะรู้สึกสบายขึ้น และไม่เมาเรืออย่างแน่นอน

Sunset at Kurumba Maldives

ผมยาว.....

ร้านสาขา Vilu Boutique at Conrad Maldives

หน้าร้าน...และฉัน
จากเด็กผู้หญิง...ที่มาถึงนี่ได้สิบวัน
แล้วโทรไปหาพ่อของเธอ ว่าเธอตกลงใจแพคกระเป๋าจับินกลับแล้วนะ
ให้มารับที่สนามบินด้วย...
ยังแอบยิ้มกับคำตอบของปลายสาย....
ที่ตอบกลับมาว่า...กลับมาเลยลูก ถ้าไม่สบายใจ ก็ไม่ต้องทนอยู่ที่นั่น
พ่อบอกแล้วไง..ว่าแขกมันเขี้ยว
นี่ละน๊า...ที่เค้าว่ากันว่า เจองูกับเจอแขก เค้าให้ตีแขกก่อน
(ไม่รู้ว่าพ่อจะอึ้งกับลูกเขยแขกด้วยหรือเปล่าหลังจากนั้น...เจอหน้ากันจะเอาไม้ฟาดลูกเขยแขกป่าวนะ ฮ่าๆๆ)

ชุดทำงานที่ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง แล้วแต่อารมณ์

คิดถึงพี่แยม...
จากเด็กผู้หญิง...ที่แอบร้องไห้เวลากลางคืนบ่อยๆเวลาเจอเรื่องแย่ๆ
แต่วันนี้ ในทุกค่ำคืนของเธอที่นี่ กลับเปลี่ยนเป็นคืนวันที่มีสีสัน...และไม่เงียบเหงาอีกต่อไป
เธอก็แค่คิดว่า...อย่างน้อยแม้จะเหงาบนเกาะแคบๆแห่งนี้
ก็ยังมีทั้งเสียงคลื่นและเสียงลม ที่จะอยู่เป็นเพื่อนเธอจนเช้าวันใหม่วนมาพบอีกครั้ง

ดูเป็นสาวชาวเกาะเต็มตัวมากมาย


อย่างน้อยที่นี่...ก็ทำให้เธอค้นพบอะไรบางอย่าง
การค้นพบงานที่เธอรัก...
การถ่ายรูป...ทั้งๆที่เธอทำงานในสายงานนี้เนิ่นนาน
แต่ศิลปะแขนงนี้ เธอกลับไม่ค่อยได้ใส่ใจมันเท่าไหร่นัก
แต่อย่างน้อย...เธอก็ได้พบเจอกับการถ่ายรูปนี้ และเธอก็คิดว่าเธอทำมันได้ดีเสียด้วย

Huvafen fushi Resort Maldives

The Sound Of Music มากๆ แม่คุณ (ขอบคุณ Itaa Under Sea Restorant Conrad Maldives)
มัลดีฟส์ได้ให้คำตอบอะไรหลายๆอย่างกับชีวิต
มิตรภาพใหม่ๆ...การพบเจอ...การพลัดพราก
มัลดีฟส์ได้ทำให้เธอได้พบเจอกับคนรัก ^^ (คนแล้วคนเล่า ฮ่าๆ)
แม้ว่าตอนจบของแต่ละบทในนิยายน้ำเน่าแต่ละเรื่องนั้น จะจบแบบไม่สวย หรือแม้บางเรื่อง
เธอยังค้นหาบทอวสานของเรื่องไม่เจอก็ตาม....

in the Party.....

Chill

อยู่นี่ได้เพื่อนใหม่เป็นปูเสฉวน เต็มมมม ไปหมด น่ารักดี ชอบๆ
วันนี้เธอรักที่นี่อย่างจับหัวใจ
วันนี้...เธอรักแสงแดด เธอรักสายลม ทั้งที่เมื่อก่อนเธอชิงชังมันหนักหนา เพราะกลัวว่าผิวสีแทนของเธอจะเข้มขึ้น และไม่สวยงามเหมือนเก่าๆ
วันนี้เธอกำลังมีความสุขกับชีวิตที่นี่...
ถึงแม้จะต้องเจอกับอุปสรรคอีกมากมาย ถึงแม้จะต้องเจอเรื่องแย่ๆที่นี่อีกไม่รู้กี่ครั้ง
แต่อย่างน้อยเธอก็ได้เรียนรู้ว่า
ทุกวินาทีที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
อย่างน้อย มันก็สุขลึกๆอยู่ในซอกหลืบของหัวใจเธอบ้างละน่า

at Airport Icecream Shop

เกตุกี้ ที่รัก....เพื่อน กุรักเมิงวะ

โปสการ์ดทำมือ....ความสุขเล็กๆที่ส่งผ่านจากที่นี่ ไปหลายๆแห่งทั่วโลก
เด็กผุ้หญิงคนนั้น.....ไม่ใช่ใคร
เด็กผู้หญิงคนนั้น.....คือฉันเอง
แม้ตอนนี้ จะไม่ใช่เด็กผู้หญิงอีกต่อไปแล้วก็ตาม
T_T


Pool at Kurumba Maldives

สามปีแล้วสินะ...ที่อยู่ที่นี่
สามปีแล้วสินะ...ที่ติดเกาะ
สนุกดี...กับชีวิตที่นี่
และหวังว่าจะไม่มีปีที่สี่นะ (อ้าวววว ฮ่าๆๆ) อ๊ะ ล้อเล่น



|