อากาศร้อน...แต่แจ่มใส
เหงื่อออก....ทำให้หงุดหงิด
แต่เค้าว่ากันว่า...หลังจากหงุดหงิดเพราะเสียเหงื่อ แล้วมักจะอารมณ์ดีเสมอๆ
จริงเหรอ???
........
........
ยู้ฮู้วว
เพิ่งกลับมาจากสุโขทัยค่า
เหตุที่กลับมาเร็วมากมายไม่ใช่อะไร...
เหตุผลง่ายๆ...แต่น่ารักของบ้านเรา
เราเป็นห่วงเพื่อนซี้สี่ขาตัวนี้
โดยเฉพาะคุณพ่อสุดที่รักนี่.....ดูจะทุรนทุรายกว่าใครเพื่อน อิอิ
เจ้าโค้ก...หมาเน่า ^^ (หมาบ้านนี้ชื่อเช้ยเชยย อิอิ)
หมาเมิน -*-
ตอนกลับมาถึงบ้าน...การต้อนรับแรกจากเตจ้าโค้กคือการเห่ารับ ^^
เห่าแบบไม่มองหน้าเลยนะ แสดงอาการงอนที่ถูกทิ้งให้อยู่บ้านอย่างเห็นได้ชัด
หมาบ้านนี้งอนเป็น เล่นตัวเก่ง กร๊ากก
ขนาดโค้กเป็นเด็กผู้ชายนะเนี่ย
ผมหล่อป่าวคร้าบบบ
มองไปเห็นหน้าบ้านเน่ามาก...ฝีมือหมาเน่า ชิ
เรื่องราวความเป็นมาของหมาเน่าก่อนจะมาอยู่ร่วมกันนี่รันทดมากๆ
ใครฟังคงแบบอึ้งอ่ะนะ
เอาไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟังนะคะ...เรื่องมันยาว
.............................................................................................
..............................................................................................
................................................................................................
มาต่อกันด้วยวันก่อนนู้น...น
นัดเจอกับสาวสวยลูกสอง
คุณแม่ยังสาวมิสร่าง...อิอิ
พี่อ้อย น้องก้อง น้องแก้มค่ะ
เรานัดเจอกันที่ เสว่นเซ่นค่ะ....เสียดายเวลาน้อยไปหน่อยเนอะ
เพราะแนนมีภารกิจฟิชโช่เยอะแยะมากมาย ไม่งั้นคงได้ไปหาอะไรทานกัน
เจอพี่อ้อยได้แปบเดียวเอง เกรงใจพี่จังเลยค่ะ
เพราะพี่กับน้องๆต้องนั่งรถมาซะไกล...
เอาไว้โอกาสเหมาะกว่านี้คงได้คุยกันยาวๆเนอะ
น้องแก้ม
ถ่ายรูปๆๆๆๆๆ
นั่งเม้ากันไปเรื่อยๆ
ตอนแรกน้องแก้ม น้องก้องออกแนวเขินๆสักเล็กน้อย
ไม่รู้ไม่คุ้น หรือแนนหน้าแปลกนะ
ฮ่าๆๆ มักจะไม่เป็นที่ประทับใจของเด็กๆเสมอละแนนเนี่ย ชักชิน อิอิ
แต่คุยๆไปสักพักน้องแก้มก็เริ่มชวนแนนเม้า
อืมม..น่ารักจังสาวน้อย คุยเก่งจนพี่แนนอึ้งเลย
แถมแอบเม้าพี่ก้องอีก อิอิ
ถ่ายรูปๆๆๆๆๆ เอาอีกๆๆ
พี่แนนกะน้องแก้ม
แก่สุด...แต่ทำตัวแบ้วสุด รันทดนัก
อร่อยกันใหญ่เลย
โย่ว
ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่อ้อยด้วยนะคะ
สำหรับมิตรภาพดีๆที่ให้มา
แล้วก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ได้เจอกันแปบเดียวเอง
เอาไว้โอกาสเหมาะๆกว่านี้เนอะ
อ่อ...ขอบคุณสำหรับของขวัญน่ารักๆด้วยนะคะ
สร้อยข้อมือกับข้อเท้าน่ารักมาก
ชอบจังๆ
^^
ฝากความคิดถึง ถึงน้องๆด้วยนะคะ
จดหมายที่น้องแก้มเขียนให้ เสียดายไม่ได้ถ่ายมาลง
เอาไว้จะถ่ายมาให้ดู...น้องแก้มเขียนให้แนนน่ารักเชียว
........................
........................
และวันก่อนนู้น...อีกแล้ว
ก็ได้เจอเพื่อนสาว
ตั้งแต่กลับมาเจอยัยนุชไปครั้งเดียวเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน
นุชเป็นเพื่อนที่สนิทกับแนนมากๆ
พอๆกับไอ้กี้เลย เพราะเป็นเพื่อนแก็งเดียวกันที่มหาลัย
แถมก่อนแนนไปมัลดีฟส์ยังทำงานที่ Honda เหมือนกันอีก
จำได้ว่าเลิกงานปุ๊บ ต้องรีบถ่อมาหาอะไรทาน หรือไม่ก็ช้อปปิ้ง กันทุกวันเลย
แถมกลับบ้าน ต่างคนต่างก็ยังต้องแชทผ่านเวบแคมกันอีก
นึกถึงแล้วตลกดี....เจอกันมาทั้งวันก็ยังไม่เบื่อนะ มีเรื่องเม้ากันไม่จบ
กลับมารอบนี้เพื่อนสาววุ่นวายกับงานแล้วก็อะไรหลายๆอย่างมากมาย
เลยไม่มีเวลามาเจอกันสักเท่าไหร่
ไหนจะงานมอเตอร์โชว์ ไหนจะโปรเจคหัวใจเจ้าหล่อนอีก
แต่เข้าใจค่ะ ไม่ว่ากันเนอะเพื่อนรัก ^^
อนาถมาก ถ่ายมาได้แนนครึ่งหน้าพอดีเลย ฮ่าๆ
เราเลือกไปทานตำนัวกัน
การนั่งรอคิวนานๆไม่เป็นประเด็น เพราะนั่งเม้าแตกกันไปเรื่อย
เพื่อนดูโทรมไปเยอะ อาจจะเพราะเหนื่อยกับงานแล้วที่สำคัญ...คงหนีไม่พ้น
ปัญหาหนักอกเรื่องหัวใจนี่ละ
เออ..ช่วงนี้มีแต่คนมีปัญหาเรื่องความรักกันน้อ
หรือว่าหน้าร้อน คนเราไม่ต้องการที่จะมีความรัก
ไม่เหมือนหน้าหนาวที่ต้องการคนมากอดให้อุ่นๆ ^^
เออ..คิดได้เนอะแนน ฮ่าๆ
รับฟังเรื่องราวจากปากเพื่อนสาวแล้วใจหาย
เรื่องรักๆของเพื่อนสาวมันซีเรียสกว่้าของใครๆที่เราได้ยินๆมาเยอะ
อีกทั้งยังเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะคาดคิดอีกด้วย
จริงๆก็พอรับรู้เรื่องราวความรักของเค้ามาตั้งนาน
อีกทั้งเพื่อนสาวก็โทรข้ามประเทศไปร้องไห้ และปรับทุข บ่อยๆ
แต่ส่วนใหญ่แนนจะออกแนวปลอบๆไป
และเสนอข้อคิดเห็นไปตามเรื่องตามราว
ส่วนหนึ่งคือไม่อยากไปยุ่งมาก...ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงเพื่อนนะคะ
แต่แนนเคารพการตัดสินใจของเค้า
และแนนเชื่อว่า ทุกๆคน ถึงจะทุข ถึงจะมานั่งร้องให้ ปรับทุข ขอคำแนะนำจากเรายังไง
ท้ายที่สุด ทุกๆคนเค้าก็มีคำตอบในใจของเค้าอยู่แล้ว
เพราะฉนั้น...ถึงแม้เพื่อนสาวจะทุข จะร้องให้
แต่การที่เค้ายังทนอยู่ ยังตัดใจไม่ได้
ลึกๆมันก็คงยังมีความสุขเล็กๆซ่อนตัวอยู่ละมั้ง
สู้ๆนะแก ยังไงๆ ชั้นกับไอ้เกตุกี้ก็เป็นกำลังใจให้แกเสมอๆนะ
มีอะไรโทรมาได้เสมอๆ
จะโทรมาหาชั้นตอนตีหนึ่งตีสองของมัลดีฟส์ก็ไม่เป็นไร...ชั้นพร้อมจะคุยกับแกเสมอนะ
โทรมมากเลยเพื่อนเอ้ยย
ฟังเรื่องความรักของใครต่อใคร
แล้วก็มานั่งย้อนมองดูตัวเองนะ
จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เราคนเดียวซะเมื่อไหร่
ที่โชคร้ายกับเรื่องนี้...
ดีไม่ดี เรื่องของเราอาจจะกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วไปเลยก็ได้ ถ้าเทียบกับของคนอื่น
จริงๆแล้วตอนนี้ก็สบายใจขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ
อารมณ์มันจะเหวี่ยงๆหน่ะช่วงนี้..ยังไม่สเถียรอย่างที่ควรจะเป็น
แล้วก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าจริงๆแล้วตัวเองต้องการอะไรกันแน่
แล้วไอ้ที่ทำโง่ๆลงไปเนี่ย มันให้ผลดีอะไรกับชีวิตเราบ้าง??
ขอเวลาอีกสักนิด
ไม่นานฟ้าคงสดใสละเนอะ
^^
...................................................
ทริปสุโขทัย รูปเยอะแยะตามเคย
ทำรูปเสร็จจะเอามาอัพนะคะ
(ยังค้างสีชังของยัยปุ้ยอีก ขี้เกียจเกิ๊นนน ^^)
................................
เกือบลืม
อ่านคอมเม้นเพื่อนๆแล้วชื่นใจจัง
จริงๆนะคะ
ไม่รู้จะพูดยังไงเลย
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
และข้อคิดดีๆที่ทิ้งไว้ในคอมเม้นให้กันนะคะ
ซึ้ง!!!
มากๆ
^_^
"""""""""""""""""""""""
ชอบเพลงนี้จัง
ทั้งเพลงฟังออกอยู่ท่อนเดียว ฮ่าๆๆ
แต่น่าจะเป็นบทสรุปของใจความทั้งเพลงโน๊ะ
โดน!!!
Don't kiss me baby we can never be So don't add more pain Please don't hurt me again I have spent so many nights Thinking of you longing for your touch I have once loved you so much
.........
อันนี้ฟังเพลงแล้วอินเลยเขียนๆ
Anatha wa wathasino karesi desu. Demo anatha wa watasi no karesi janai desu
แปลเป็นไทยประมาณว่า เธอเป็นแฟนชั้นแล้ว...แต่ชั้นไม่ได้เป็นแฟนของเธอ
ใช้ความรู้ภาษาญี่ป่นอันน้อยนิดเขียนๆ"""ผิดป่าวอ่ะ วอนกูรูภาษาญี่ปุ่นชี้แนะทีคะ แหะๆ
^^